เป็นเวลากว่า 6 ปีที่การแข่งขัน แอลพีจีเอ ทัวร์ ไม่ได้เดินทางไปจัดในประเทศจีน จนกระทั่งสัปดาห์นี้เวทีกอล์ฟสตรี
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้หวนคืนสู่แดนมังกรอีกครั้งในศึก บลู เบย์ แอลพีจีเอ
บลู เบย์ แอลพีจีเอ จัดการแข่งขันมาระหว่างปี 2014-2018 โดยมีรายชื่อแชมป์ระดับเมเจอร์อย่าง เซ ยัง คิม (2015), มินจี ลี (2016) และ ชานชาน เฟง (2017) ก่อนทัวร์นาเมนต์จะหยุดจัดไปนับตั้งแต่ปี 2019 เนื่องจากวิกฤตการณ์
โควิด-19
หลังจากรอคอยมายาวนานศึก บลู เบย์ แอลพีจีเอ คัมแบ็คสู่ปฏิทิน แอลพีจีเอ ทัวร์ อีกครั้ง ณ สนามเจียน เลค บลูย์ เบย์ กอล์ฟ คอร์ส ชิงเงินรางวัลรวม 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างวันที่ 7-10 มีนาคานี้
แม้งานนี้โปรสาวไทยระดับบิ๊กเนมหลายคนจะตัดสินใจหยุดพัก ไล่ตั้งแต่ ‘แพทตี้’ ปภังกร ธวัชธนกิจ, ‘โปรเม’ เอรียา จุฑานุกาล รวมถึง ‘โปรจีน’ อาฒยา ฐิติกุล ที่ยังคงพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ
ทว่ายังมีนักกอล์ฟสาวไทยอีก 6 คนตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ ‘โปรโม’ โมรียา จุฑานุกาล, ‘โปรพราว’ ชเนตตี วรรณแสน, ‘โปรจูเนียร์’ จัสมิน สุวัณณะปุระ, ‘โปรเปียโน’ อาภิชญา ยุบล, ‘โปรแจน’ วิชาณี มีชัย และ ‘โปรปริญญ์’
ปวริศา ยกทวน
เช่นเดียวกับซูเปอร์สตาร์ชื่อดังอย่าง ลิเดีย โค อดีตนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลก, เซลีน บูติเยร์ ที่เพิ่งจบเป็นรองแชมป์ เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิป ที่สิงคโปร์ สัปดาห์ที่แล้ว, ลิเลียน วู โปรมือหนึ่งของโลกคนปัจจุบัน รวมถึง เซ ยัง คิม อดีตแชมป์รายการนี้ และ มิน จี ลี สตาร์ดังชาวออสซี
ทั้งนี้การแข่งขัน บลู เบย์ แอลพีจีเอ สัปดาห์นี้ มีความแตกต่างจากสองรายการที่ผ่านมาในประเทศไทยและสิงคโปร์ เนื่องจากมีผู้เข้าแข่งขันมากที่สุดรวมทั้งสิ้น 108 คน มีการตัดตัวหลังผ่านสองวัน 36 หลุม เอาผู้เล่นท็อป 65 และเสมอเข้าสู่การแข่งขันสองวันสุดท้าย